Exam preparation and the management are committed to a success. เตรียมสอบภาค ก การบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์

Posted by Santhawat Srikhamthae on Thursday, April 9, 2009 Under: trial examination
Posted by Santhawat Srikhamthae on Monday, February 23, 2009
การบริหารงานโดยมุ่งผลสัมฤทธิ์*
(Results Based Management - RBM)

เมธินี จิตติชานนท์
ผู้อำนวยการกองฝึกอบรม
สำนักงานประกันสังคม

สถานการณ์ปัจจุบันนี้ทุกท่านคงทราบดีว่าเราอยู่ในช่วงของการพัฒนาระบบราชการ ทำไมถึงต้องมีการพัฒนา เพราะโลกมีการเปลี่ยนแปลง โลกไร้พรมแดนที่เรียกว่า โลกาภิวัตน์ การติดต่อสื่อสารไปมาได้รวดเร็ว ใครทำอะไรที่ไหนเราก็รู้ได้โดยรวดเร็ว หากเป็นเรื่องที่ดีเราก็จะเลียนแบบและทำตาม เพราะฉะนั้น ตัวแรกที่ก่อให้เกิดการพัฒนาระบบราชการไทยคือ โลกาภิวัตน์ ตั้งแต่ปี 2540 ช่วงที่เกิดเศรษฐกิจวิกฤตทำให้เราต้องหันกลับมาทบทวนดูว่า ราชการไทยจะยังคงดำเนินต่อไปในรูปแบบเดิมได้หรือไม่ ในช่วงนี้เมื่อเกิดสถานการณ์เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมาเราขยับตัวไม่ทันทำให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจอย่างรุนแรง นี้คือ ปัจจัยตัวที่ 2 ส่วนปัจจัยที่ 3 เราจะเห็นได้ชัดเจนและเชื่อว่า กลุ่มพวกท่านจะสัมผัสอย่างชัดเจนที่สุดก็คือ ความต้องการมีส่วนร่วมของประชาชน ปัจจัยที่ 4 ความเข้มแข็งของภาคเอกชน ภาคเอกชนมีความเข้มแข็งกว่าภาคราชการมากเพราะเป็นผลจากโลกาภิวัตน์ การเรียนรู้ประสบการณ์ของต่างประเทศก็ไปได้เร็ว เพราะเราได้รับทราบข่าวสารจาก CNN ปัจจัยสุดท้ายคือ รัฐธรรมนูญใหม่ค่อนข้างชัดเจนว่า ภาครัฐต้องรู้จักการบริการที่ตอบสนองความต้องการของประชาชน เหล่านี้คือที่มาของการพัฒนาระบบราชการไทย
การพัฒนาระบบราชการไทย
การพัฒนาระบบราชการไทยเว้นไม่ได้ที่จะต้องกล่าวถึง พระราชบัญญัติระเบียบบริหาร
ราชการแผ่นดิน(ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545 ว่าด้วยเรื่องของมาตรา 3/1
มาตรา 3/1 ค่อนข้างกำหนดเป้าหมายในการปฏิบัติหน้าที่ของส่วนราชการไว้อย่างชัดเจนว่าจะต้องดำเนินการไปโดยคำนึงถึง ประโยชน์สุขของประชาชน จะต้องดำเนินการให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อ
ภารกิจของรัฐ ภารกิจใด ๆของรัฐก็ตามจะต้องทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์ให้จงได้ รวมทั้งการใช้ทรัพยากรต่าง ๆจะต้องคำนึงถึงความมีประสิทธิภาพ ความคุ้มค่าในเชิงภารกิจแห่งรัฐ ส่วนที่สำคัญต่อไปคือ ขั้นตอนในการทำงานทั้งหลายทำอย่างไรจะลดลงให้ได้ ปี 2550 ซึ่งเป็นช่วงรอยต่อของแผนพัฒนาระบบราชการไทย เขาบอกว่า ในกระบวนการทั้งหลายที่แต่ละหน่วยราชการมีนั้นจะต้องปรับลดขั้นตอนการปฏิบัติงานให้ได้ครึ่งหนึ่ง สมมุติว่าเรามีอยู่ 20 กระบวนการ ภายในปี 2550 จะต้องลดให้ได้ 10 กระบวนการ นี้คือ
เป้าหมายการลดภารกิจและยุบเลิกหน่วยงานที่ไม่จำเป็นก็อาจจะเกิดขึ้นได้ และในวันพรุ่งนี้จะมีการแถลงผลการพัฒนาระบบราชการไทยครบ 2 ปี ที่หอประชุมกองทัพเรือ 

*ถอดเทปการบรรยายและเอกสารประกอบการบรรยายจากหลักสูตรนายอำเภอรุ่นที่ 56 เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2547
เวลา 13.00 - 16.00 น. ณ โรงเรียนนายอำเภอ วิทยาลัยการปกครอง กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย


นอกจากนี้ยังจะต้องมองการกระจายภารกิจและทรัพยากรให้แก่ท้องถิ่น ตรงนี้มีเป้าหมายอยู่แล้วว่าเราจะกระจายงบประมาณให้ท้องถิ่น เพราะยังทำได้ไม่เต็มที่ การกระจายอำนาจการตัดสินใจจะเห็นว่า ผู้ว่า CEO จะได้รับมอบอำนาจมากขึ้นจากระดับกรม ฯ จากส่วนกลาง เรื่องต่อมาคือ การอำนวยความสะดวกและการตอบสนองความต้องการของประชาชน และสุดท้ายคือ มีความรับผิดชอบต่อผลของงาน และยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการไทย
เมื่อมีพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดินแล้ว สำนักงาน ก.พ.ร. ได้กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการไทยไว้ 7 ยุทธศาสตร์ดังนี้คือ
การปรับเปลี่ยนกระบวนการและวิธีการทำงาน
การปรับปรุงโครงสร้างการบริหารราชการแผ่นดิน
การปรับรื้อระบบการเงินและการงบประมาณ
การสร้างระบบบริหารบุคคลและค่าตอบแทนใหม่
การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ วัฒนธรรม และค่านิยม
การเสริมสร้างราชการให้ทันสมัย
การเปิดระบบราชการ ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม
การปรับเปลี่ยนกระบวนการและวิธีการทำงาน
เป็นการวางเงื่อนไขให้ส่วนราชการต่าง ๆนำระบบการบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์มาประยุกต์ใช้อย่างจริงจัง โดยให้มีการทำยุทธศาสตร์และแผนดำเนินงานอย่างเป็นระบบ มีความสอดคล้องและเชื่อมโยงกับนโยบายและเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ของรัฐบาล โดยให้มีการกำหนดตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ที่ชัดเจนเป็นรูปธรรมและสามารถวัดผลได้ในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับองค์การ(Organization Scorecard) ลงไปจนถึงระดับตัวบุคคล (Individual Scorecard) รวมถึงให้แต่ละส่วนราชการจัดให้มีการรายงานผลสัมฤทธิ์รายปี เพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณะ เพราะฉะนั้นต่อไป เขาจะมี KPI (Key Performance Indicator) ตัวชี้วัด ระดับบุคคล ก่อนจะข้ามไปถึงเรื่อง RBM ขอพูดถึงกรอบของกระบวนการในการเปลี่ยนแปลงมี ขั้นตอนของการทำงานในปัจจุบันอยู่ 3 ขั้นตอนดังนี้คือ
ขั้นที่ 1 การละลาย Unfreezing 
แจ้งการเปลี่ยนแปลง
จงใจพนักงานให้ยอมรับการเปลี่ยนแปลง
ละลายพฤติกรรม ค่านิยม และทัศนคติ
ขั้นที่ 2 การเปลี่ยนแปลง (Moving)
ปฏิบัติตามการเปลี่ยนแปลง
แนะนำความรู้ใหม่ รูปแบบพฤติกรรมใหม่ ค่านิยมและความเชื่อถือใหม่
ละลายพฤติกรรม ค่านิยม และทัศนคติ
ขั้นที่ 3 การก่อรูปใหม่ Refreezing
เสริมและสนับสนุนรูปแบบใหม่
ทำให้การเปลี่ยนแปลงมั่นคงและจัดให้มีขั้นในองค์การ
ละลายพฤติกรรม ค่านิยม และทัศนคติ
ทั้ง 3 ขั้นตอนนี้จะนำไปสู่การทำงานในอนาคต(Future performance)
เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงในการทำงานแล้วเรายอมรับกันหรือเปล่า หากยอมรับบางส่วนก็จะมีการต่อต้านการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นไม่ว่าจะอยู่ไหนก็ตาม สาเหตุการต่อต้านการเปลี่ยนแปลงนักวิชาการได้รวบรวมและสรุปไว้ดังนี้ คือ
การเปลี่ยนแปลงนั้นทำให้ผลประโยชน์ส่วนตัวขาดหายไปที่เคยได้มากอาจจะลดลง บางเรื่องได้มากขึ้นแต่ก็ต่อต้านได้
การขาดความเข้าใจและความเชื่อถือ ไม่เข้าใจว่าหลังจากการเปลี่ยนแปลงแล้วทำอะไรดีขึ้น
ความไม่แน่นอน การเปลี่ยนแปลงในช่วงของการละลายไปสู่การเปลี่ยน เพราะอาจไม่แน่นอนเหมือนกัน ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเปลี่ยนแล้วมันจะเป็นอย่างไร ยึดตามแนวนี้ได้ไหมหรือจะต้องเปลี่ยนวิธีการใหม่อีก
การรับรู้ที่แตกต่างกัน
ทั้ง 4 สาเหตุของการต่อต้านการเปลี่ยนแปลงนี้นำไปสู่วิธีการที่จะจัดการกับการบริหารการเปลี่ยนแปลง
การให้การศึกษาและการติดต่อสื่อสาร
การมีส่วนร่วม ลดแรงต่อต้านได้
การอำนวยความสะดวกและการสนับสนุน ให้กับผู้ที่ต่อต้านนั้น เช่น เขาไม่พอใจเรื่องใดเรื่องหนึ่งขึ้นมาก็ต้องใช้วิธีจับเข่าคุยกัน เป็นการอำนวยความสะดวกให้ไม่ได้ปฏิเสธเขา
การเจรจาต่อรอง หลักของการเจรจาต่อรองพยายามให้ฝ่ายตรงข้ามเปิดเผยจุดยืนของเขาก่อนเพื่อนำไปปรับใช้
การแทรกแซง ส่งใครก็ได้เข้าไปเจรจาต่อรอง
การบังคับ การทำงานโดยวิธีการบังคับนั้นสำเร็จแต่ไม่ได้ใจเขา

แนวคิด หลักการ และรูปแบบของการบริหารมุ่งผลสัมฤทธิ์
การบริหารมุ่งผลสัมฤทธิ์ 
เป็นเทคนิควิธีการบริหารจัดการสมัยใหม่ที่นำมาประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์และวิธีการบริหารงานภาครัฐไปจากเดิมที่ให้ความสำคัญต่อทรัพยากรหรือปัจจัยนำเข้า (input) และอาศัยกฏระเบียบ เป็นเครื่องมือในการดำเนินงานเพื่อให้เกิดความถูกต้อง สุจริตและเป็นธรรม โดยหันมาเน้นถึงวัตถุประสงค์และสัมฤทธิ์ผลของการดำเนินงานทั้งในแง่ของผลผลิต(Output) และผลลัพธ์ (Outcome) และความคุ้มค่าของเงิน (Value for money) รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพและสร้างความพึงพอใจให้แก่ประชาชน ผู้รับบริการ
การบริหารมุ่งผลสัมฤทธิ์ (Results Based Management - RBM)
แยกออกเป็น ผลสัมฤทธิ์ = ผลผลิต + ผลลัพธ์
(RESULTS) (OUTPUTS) (OUTCOMES)
การบริหารมุ่งผลสัมฤทธิ์คืออะไร
คือ วิธีการบริหารจัดการที่เป็นระบบมุ่งเน้นที่ผลสัมฤทธิ์หรือผลการปฏิบัติงานเป็นหลัก โดยมีการวัดผลการปฏิบัติงานที่ชัดเจนเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
ที่มาของการบริหารมุ่งผลสัมฤทธิ์
มาจากแนวคิดของการบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ (New Public Management : NPM ) (3 E) ที่มุ่งเน้นให้ความสำคัญต่อ 
ความประหยัด (Economy) การใช้ต้นทุนหรือทรัพยากรการผลิตอย่างเหมาะสม และมีความคุ้มค่าที่สุด
ประสิทธิภาพ (Efficiency) ประสิทธิภาพการปฏิบัติงานให้ได้ผลงานในระดับที่สูงกว่าปัจจัยนำเข้า
ประสิทธิผล (Effectiveness) ประสิทธิผลการปฏิบัติงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้

กรอบแนวคิดเรื่อง การบริหารมุ่งผลสัมฤทธิ์
ผลสัมฤทธิ์ 

ความประหยัด ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล
และการบริหารงานโดยมุ่งผลสัมฤทธิ์นั้นต้องใช้หลักการบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดีด้วย (ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการสร้างระบบบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี พ.ศ.2542) โดยมีหลักปฏิบัติ 6 ประการ แต่การบริหารงานโดยมุ่งผลสัมฤทธิ์นั้นนำมาใช้เพียง 4 หลักปฏิบัติตั้งแต่ข้อ 3 ถึง ข้อ 6
1.หลักนิติธรรม (Rule of Law) หมายถึง การตรากฎหมายที่ถูกต้องเป็นธรรม การบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมาย การกำหนดกฎ กติกาและการปฏิบัติตามกฎ กติกาที่ตกลงกันไว้อย่างเคร่งครัดโดยคำนึงสิทธิ เสรีภาพ ความยุติธรรมของสมาชิก
2. หลักคุณธรรม (Ethics) หมายถึง การยึดมั่นในความถูกต้องดีงาม การส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนพัฒนาตนเองไปพร้อม ๆกัน เพื่อให้คนไทยมีความซื่อสัตย์ จริงใจ ขยัน อดทน มีระเบียบวินัย ประกอบอาชีพสุจริตจนเป็นนิสัยประจำชาติ
3. หลักความโปร่งใส (Transparency) หมายถึง การสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกันของคนในชาติโดยปรับปรุงกลไกการทำงานขององค์กรทุกวงการให้มีความโปร่งใส
4. หลักการมีส่วนร่วม (Participation) หมายถึงการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมรับรู้และเสนอความเห็นในการตัดสินใจปัญหาของประเทศ ไม่ว่าด้วยการแจ้งความเห็น การไต่สวนสาธารณะการประชาพิจารณ์ การแสดงประชามติหรืออื่น ๆ
5. หลักความรับผิดชอบ (Accountability) หมายถึง การตระหนักในสิทธิหน้าที่ความสำนึกในหน้าที่รับผิดชอบ ตลอดจนการเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่าง และความกล้าที่จะยอมรับผลดีและผลเสียจากการกระทำของตน เช่น รับผิดชอบต่อลูกค้า ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องยอมรับต่อผลการดำเนินการ
6. หลักความคุ้มค่า (Utility) หมายถึงการบริหารจัดการและใช้ทรัพยากรที่มีจำกัดเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ส่วนรวม โดยรณรงค์ให้คนไทยมีความประหยัด ใช้อย่างคุ้มค่าสร้างสรรค์สินค้า และบริการที่มีคุณภาพสามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก และรักษาพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติให้สมบูรณ์ยั่งยืน RBM : Results เกี่ยวข้องกับทุกกระบวนการของการบริหาร ได้แก่
Plan ต้องกำหนดวัตถุประสงค์/เป้าหมายชัดเจน (ต้องการผลสัมฤทธิ์อะไร)
Do ปฏิบัติมุ่งให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามที่วางแผนไว้
Check วัดว่าปฏิบัติได้ผลสัมฤทธิ์ตามที่วางแผนหรือไม่ (KPI ชัดเจน)
Act ปรับปรุงแก้ไขให้ได้ผลสัมฤทธิ์ตามที่วางแผนไว้
การติดตามประเมินผลการปฏิบัติงาน (Performance Monitoring)
เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งเพราะเรื่องนี้
เป็นกระบวนการวัดผลการปฏิบัติงานของหน่วยงานอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง
เป็นการกำกับ ตรวจสอบการใช้ทรัพยากรในการปฏิบัติงาน
สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับโครงการของรัฐได้
ประโยชน์ของการติดตามประเมินผลการปฏิบัติงาน
กระตุ้นให้เกิดการสื่อสารระหว่างกัน
ปรับปรุงการกำหนดนโยบาย
สามารถแสดงภาพรวมของสถานภาพ
สนับสนุนการวิเคราะห์แนวโน้มผลการปฏิบัติงาน 
การบริหารมุ่งผลสัมฤทธิ์ เกี่ยวข้องกับการกำหนด
วิสัยทัศน์
พันธกิจหรือภารกิจ
ปัจจัยหลักแห่งความสำเร็จ
ตัวชี้วัดผลการดำเนินงานหลัก
วิสัยทัศน์ (Vision) 
คือ ภาพที่องค์การต้องการจะเป็นหรือเป็นเป้าประสงค์โดยรวมที่องค์การต้องการ ณ เวลาใดเวลาหนึ่งในอนาคต
พันธกิจ (Mission)
เป็นหลักการพื้นฐานจุดมุ่งหมายหรือวัตถุประสงค์ของการก่อตั้งองค์การและขอบข่ายการดำเนินงานขององค์กร
ปัจจัยหลักแห่งความสำเร็จ (Critical Success Factor)
“สิ่งที่เราต้องการทำให้มีหรือให้เกิดขึ้นเพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ขององค์กรคืออะไร”
ถ้าหากว่า เรากำหนดวิสัยทัศน์ขององค์กรไว้แล้ว การที่เราจะบรรลุวิสัยทัศน์นั้นเราต้องทำอะไรบ้างหรือมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง องค์กรจึงจะบรรลุวิสัยทัศน์ ฉะนั้นจึงต้องมีเกณฑ์การกำหนดปัจจัยหลักแห่งความสำเร็จ ดังนี้
เกี่ยวข้องกับผลสัมฤทธิ์โดยมุ่งความสำคัญที่ผลผลิตและผลลัพธ์
เชื่อมโยงกับวิสัยทัศน์ พันธกิจ และวัตถุประสงค์ขององค์กร
มีความเฉพาะเจาะจงและสามารถเข้าใจได้
เป็นที่ยอมรับจากระดับผู้บริหาร
อยู่ภายใต้อิทธิพลการควบคุมขององค์กร 
ตัวชี้วัดผลการดำเนินงานหลัก (Key Performance Indicator)
“เราจะวัดความก้าวหน้าของการบรรลุปัจจัยหลักแห่งความสำเร็จได้อย่างไร”
ตัวชี้วัดผลการดำเนินงานหลัก คือสิ่งที่สะท้อนว่า เราจะวัดอะไร อะไรที่แสดงถึงความก้าวหน้าของเรา ในการกำหนดตัวชี้วัดมีข้อที่จะต้องคำนึงถึงเช่นกันว่า เวลากำหนดขึ้นมานั้นจะต้องรับได้ไหม วัดได้จริง ๆไหมแล้วจะต้องทำได้ และบรรลุได้ ทำความเข้าใจได้ ตรวจสอบได้ วัดได้ภายในเวลาที่กำหนด หากจะจำง่าย ๆนั้นก็คือ SMART เป็นการกำหนดตัวชี้วัด
เกณฑ์การกำหนดตัวชี้วัด
สามารถวัดผลการปฏิบัติงานได้จริง
สามารถบรรลุได้ มีความสมเหตุสมผลที่จะใช้เป็นตัวชี้วัด ไม่วัดในสิ่งที่อยู่นอกเหนือจากความสามารถของส่วนราชการ
สามารถสื่อสารทำความเข้าใจได้ตรงกัน มีความเฉพาะเจาะจง
สามารถตรวจสอบได้
สามารถวัดผลได้อย่างเท่าเทียมกัน ผลงานเหมือนกันควรใช้ตัวชี้วัดเดียวกัน
สามารถวัดผลการปฏิบัติงานภายในเวลาที่กำหนด
ความหมายของคำว่า Smart มีดังนี้
S pecific - เฉพาะเจาะจง ชัดเจน
M easurable - สามารถวัดได้
A chievable - สามารถบรรลุได้
R ealistic - สอดคล้องกับความเป็นจริง
T imely - วัดได้เหมาะสมตามช่วงเวลาที่กำหนด
การกำหนดตัวชี้วัดต้องกำหนดอย่าง SMART พอเป็นตัวชี้วัดแล้วก็ต้องมาดูการแสดงค่าให้ชัดเจน ดังนั้น ตัวชี้วัดที่ชัดเจนที่ดีจะต้องแสดงค่าที่แสดงออกมาเป็นตัวเลขอันใดอันหนึ่ง เช่น เป็นร้อยละ (Percentage) อัตราส่วน (Ratio) ค่าเฉลี่ย (Average or Mean) จำนวน ( Number) อัตรา 
(Rate) และสัดส่วน (Proportion) 
บทเรียนจากประสบการณ์ 
ตัวอย่างการทำงานเรื่องการบริหารงานโดยมุ่งผลสัมฤทธิ์ของสำนักงานประกันสังคมพอสรุปได้ดังนี้
ประโยชน์ของ RBM ที่ผู้บริหารนำมาใช้ในราชการ มีดังนี้
เป็นเครื่องมือในการติดตามงาน
เป็นเครื่องมือในการจัดสรรทรัพยากร
ผู้บริหารระดับสูงจะทราบว่าองค์กรอยู่ ณ ตำแหน่งใด
สนับสนุนให้องค์กรมีวิสัยทัศน์
ข้อเสนอแนะในการนำระบบนี้มาใช้
บุคลากรมีความเข้าใจ
ลดความยุ่งยากในการเก็บข้อมูลการประมวลผล
กำหนดตัวชี้วัดที่สำคัญ
ผู้บริหารเห็นความสำคัญนำไปใช้ประโยชน์
มีทีมงานที่มีความสามารถ
ปัญหาและแนวทางแก้ไข
ปัญหาที่พบ
ความไม่เข้าใจของเจ้าหน้าที่
ปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น (เก็บข้อมูลทุกวัน)
การวิเคราะห์ผลการปฏิบัติงาน

แนวทางแก้ไข
จัดอบรมสัมมนาปีละ 2 ครั้ง
ทำเอกสารคู่มือ VDO ออกติดตามงาน
ตั้งทีมงาน กระจายงาน เฉพาะงานที่จำเป็น
ประชุมวิเคราะห์ผลร่วมกัน
มีประโยคที่น่าสนใจอยู่ 3 ประโยคฝากไว้สำหรับผู้ที่จะก้าวเป็นนักบริหารในอนาคตต่อไป
1. If you can’ t measure, you can’ t manage วัดไม่ได้ บริหารไม่ได้
2. If you can’ t measure, you can’ t improve วัดไม่ได้ พัฒนาไม่ได้
3. What gets measured, gets done สิ่งไหนที่วัด สิ่งนั้นคนจะสนใจ
ตอนท้ายของเรื่อง การบริหารงานโดยมุ่งผลสัมฤทธิ์นั้นจะสำเร็จได้ต้อง มีพื้นฐานของการสื่อสารที่ดี การมีส่วนร่วม และการมีความมุ่งมั่นต่อความสำเร็จของบุคลากร โดยมีขั้นตอนดังนี้
การเตรียมการพัฒนาระบบ RBM 
การพัฒนาระบบ RBM
การติดตามและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง 
ทั้ง 3 ข้อ เมื่อดำเนินการเสร็จแล้วจะเป็นการสร้างวัฒนธรรมการบริหารผลการปฏิบัติงานได้ต่อไป
เป้าหมายในการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมข้าราชการใหม่มี ดังนี้
ภาษาอังกฤษใช้คำว่า I AM READY ย่อมาจาก
* I (Intergrity) การทำงานอย่างมีศักดิ์ศรี
* A (Activeness) ขยัน ตั้งใจทำงาน
* M (Moral) มีศีลธรรม
* R (Relevancy) มีการเรียนรู้และปรับตัวให้ทันกับปัญหา
* E (Efficiency) การทำงานที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ
* A (Accountability) การมีความรับผิดชอบต่อผลงาน
* D (Democracy) มีใจและการกระทำที่เป็นประชาธิปไตย
* Y (Yield) มีผลงานเป็นที่ประจักษ์และปฏิบัติงานโดยเน้นผลสัมฤทธิ์ 
จากการบรรยายดังกล่าวนั้นหวังว่าทุกท่านจะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์และนำไปปฏิบัติให้เกิดความคล่องตัวขึ้นได้ในอนาคตและเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับประสบการณ์การเรียนรู้เรื่อง การบริหารงานโดยมุ่งผลสัมฤทธิ์ ขอขอบคุณ
*************************
ถอดเทปการบรรยาย/รวบรวม/พิมพ์โดย
นางพรรณธิภา ธนสันติ นพบ. 6
วิทยาลัยการปกครอง

In : trial examination 


Tags: management "exam preparation" 

blog comments powered by Disqus trackback
rss chicklet

Subscribe to this blog feed.


 

Roy Tanck's Flickr Widget requires Flash Player 9 or better.

Get this

Tags

? ????? ?????? ??????? ????????? ????????? ? ?????????? ??????????? ???????????? ???????????? ? ????????????? ??????????????? ???????????????? ?????????????????????? ???????????????????????? administration adult ed announcement australia automatic available bank transfer competency disqus e-training educational development english english - thai translation exam exam preparation farang foreigner commentary how to july july 2552 june 2009 korat krooclub krungthep linkbacks management manual me. new on-line order phitsanulok pingbacks postal money order quiz remediation reproduced resident resource results results august 28th 2009 exam rss setup songkla surathani surin tag cloud thai thai interpretation to trackback trackbacks trial examination udon thani up url usom world yola blog platform กระดานสนทนา กับครูคลับ ข่าวการศึกษา ข่าวครูคลับ ข้อสอบผู้บริหาร ข้อสอบพลวัต ข้อสอบออนไลน์ ข้อสอบเยียวยา ครูคคลับ ครูคลับ ครูคลับติวสอบ ครูคลับติวสอบผู้บริหาร ชมรมพัฒนาครูไทย ติวสสอบภาค ติวสอบ ติวสอบครูคลับ ติวสอบผู้บริหาร ติวสอบผู้บริหารสถานศึกษา ติวสอบภาค ติวสอบภาคข บล๊อกครูคลับ ผู้บริหาร ผู้บริหารสถานศึกษา ภาค รวมพลสอบผู้บริหาร ราชกิจจา รายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ รายชื่อพัฒนาก่อนแต่งตั้งรุ่นที่ สอบผู้บริหาร สอบผู้บริหารสถานศึกษา สอบผู้บริหารสถานศึกษาภาค สอบภาค อบรมติวสอบ เกณฑ์คัดเลือกผู้บริหาร เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เตรียมสอบผู้บริหาร แผนปฏิบัติการ 1 2552